reinny's profile*...reinny...*PhotosBlogListsMore Tools Help

reinny

Occupation

*...reinny...*

บางทีเราเป็นเพียงคนโง่ บางทีเราเป็นเพียงคนเหงาบางทีเราอาจเพียงต้องการแค่เรา...ที่หายไป
March 11

เออ...กรูผิดเอง(ขออภัยในความไม่สุภาพ)

พยายามแล้วนะ
 
ไม่อยากโกรธ เพราะรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจ
แต่มันอดไม่ได้จริงๆ
 
คนเราอยู่ด้วยกัน
มีอะไร คิดอะไรก็ไม่พูดกัน
แต่กลับเอาไปป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้
เหมือนเราเป็นผู้ร้ายเลย
 
ทำไมอ่ะ
การที่เราไม่ได้รับมือกับปัญหาด้วยการเซื่องซึม
เสียใจอะไรก็ร้องไห้
มันแปลว่าเราไม่มีความรู้สึกหรือไง
 
ขอโทษละกันที่ทำให้คิดเป็นยังงั้น
แต่เรารู้สึกเป็นว่ะ
เสียใจก็ได้
ร้องไห้ก็เป็น
ก็แค่ไม่ชอบทำให้คนอ่นเห็นเท่านั้นเอง
 
 
 
September 03

...

It's funny when you find yourself looking from the outside
I'm standing here but all i want is to be over there
" Why did i let myself believe
miracles could happen "
'cause now i have to pretend that i don't really care
 
I thought you were my fairytale
a dream when i'm not sleeping
a wish upon the star is coming true
 
but everybody else could tell
that i confused my feelings with the truth
When there was me and you
 
I swore i knew the melody that i heard you singing
" And when you smiled you made me feel like i could sing along "
But then you went and changed the words
Now my heart is empty
I'm only left with used-to-be's an once upon a song
 
 " Now i know you're not a fairytale
and dreams were meant for sleeping "
and wishes upon a star just don't come true
cause now even i could tell
that i confused my feelings with the truth
because i liked the view
When there was me and you
 
I can't believe that
I could be so blind
It's like you were floating
While I was falling
And I didn't mind

Cause I liked the view
Thought you felt it too
When there was me and you
 
 
When there was me and you
ost. High School Musical
August 31

ง่วง...แต่อยากเขียน

ณ อัษฏางค์ 11 เหนือ
ค่ำคืนหนึ่งระหว่างอยู่เวร
 
อยู่เวรแล้วไม่เยินมา 2 รอบแล้วนะ!!!!
ดีใจจนไม่รู้จะบอกยังไง
 
วันนี้คงมาอัพได้แค่สั้นๆ เพราะรายงานอีกมากมายทับถมอยู่
แต่อยากแวะมาบอกว่า
 
" สบายดีอยู่ค่า " 
 
ไปละ
 
สู้ๆเน้อ
August 01

งึมงัมหลังสอบ

มาอัพเสปซแล้วจ้า..........
 
เพิ่งสอบจักษุวิทยาเสร็จไปหมาดๆ ทำให้ได้รู้ว่า
" ถูกฆ่าด้วยรอยยิ้ม " นี่มันเป็นอย่างไร ทำกันได้นะคะอาจารย์
เลือดเย็นที่สุด
 
แต่ก็ช่างเถอะหนอ มันผ่านไปแล้วหนอ
 
วันนี้จะมาว่าด้วยผลลัพธ์ของวิชามาร 
(หากต้องการเคล็ดวิชา เชิญได้ที่เสปซคุณออย)
 
วิชาการเสกmp3ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านออย
แม้ข้าน้อยจะยังไม่บรรลุถึงขั้นสูงสุดแต่ก็ตั้งใจจะพัฒนาอย่างเต็มที่นะเออ
(ทีเรื่องแบบนี้ละตั้งใจเหลือเกิน)
 
ด้วยเพลงมากมายที่ได้มาตอนนี้ก็มีเพลงที่ชอบเพิ่มขึ้นอีก
วงที่กำลังบ้าสุดก็นี่เลย
Fall out boy กะ Arctic monkey
มาจากคนละฟากแอตแลนติกแต่ฝีมือสุดยอดทั้งคู่
โดยเฉพาะคุณนักร้องของวงแรก...เสียงเพราะมากกกกกกกกกกกกก
 
หลังจากสำเร็จวิชาเสกmp3 ก็กำลังจะเลเวลอัพตัวเอง
ด้วยการฝึกตามหาคลิป...ไม่ใช่คลิปโป๊นะเฟร้ย
อันนี้ยังไม่รู้จะทำไง แต่ก็พยายามอยู่
ท่านใดพอมีเคล็ดวิชาที่ไม่ยากก็ฝากบอกกันมั่งเน้อ...
จักเป็นพระคุณหลายๆ
June 14

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย...สเปซก็เลยเป็นไปด้วยรึไงนะ

ไม่เข้าใจความแปรปรวนของสเปซเท่าไหร่...
 
วันไหนที่เข้ามาแล้วสเปซดูสมบูรณ์พูนสุขดี จะเป็นวันที่แอดบล็อกเพิ่มไม่ได้
ส่วนวันไหนเข้ามาแล้วพื้นหลังกลายเป็นสีขาว กลับทำได้สบายๆ
 
"งง"
 
ตอนนี้ย้ายตัวเองไปสิงสถิตย์อยู่ในบล็อกแกงค์ไปแล้ว
ด้วยเบื่อความไม่แน่ไม่นอนของมันเนี่ยแหละ
 
จริงๆ ชอบสเปซมากกว่านะ เพราะรู้สึกว่ามันส่วนตัวดี
คนที่เข้ามาดูก็มีแต่เพื่อนๆ กับตัวเอง
แต่เล่นนานๆได้อัพทีอย่างนี้ก็ไม่ไหวเน่อ...บางวันมันก็ต้องมีเรื่องอยากระบายมั่งสิ
 
 
พอละๆ เข้ามาอัพสั้นๆ ให้หายอยาก....
 
แอบโฆษณาสเปซคุณออยหนึ่งแว๊บด้วย...
มีลิงค์ไปบล็อกของวงดนตรีต่างๆมากมาย
หนึ่งในนั้นมี"ซิลลี่ฟูล"ด้วย
 
ใครอยากเห็นเชิญคลิกที่ด้านขวา...ตรงที่มีหน้าคุณออยอยู่นั่นแหละ
 
แล้วคุณจะรู้ว่าคนเก่งเทคโนโลยีบางทีก็ทำบล็อกไม่เป็นนะเออ!!
April 15

contraindication

ช่วงนี้อัพถึ่เนอะ...
 
ไม่ได้ว่าง แต่เห็นเสปซเป็นที่ระบายความเครียดไปซะแล้ว
ตอนนี้วันที่ในไดอารี่ก็เลยหยุดไปได้เดือนกว่าๆ เพราะไม่มีเรื่องให้เขียน
ในเมื่อเรื่องที่เครียดนั้นมาพิมพ์ในเสปซได้ ก็เลยหยุดเขียนไดไปพักหนึ่ง..
นับว่าเป็นเรื่องดีกับตัวเองนะเนี่ย เพราะไม่ต้องเก็บอะไรไว้มากมาย
 
 
สำหรับวันนี้ ว่าด้วยเรื่องของ"มือ"
เพราะว่าเราอยู่ ortho ก็เลยไม่ค่อยได้ทำหัตถการอะไรมากมายนัก
หลังจากกลับจากเยอรมันก็แทบไม่ได้แตะต้องอะไรอีกเลย
ซึ่งก็ดีเหมือนกันเพราะช่วงที่อยู่ที่โน่นอากาศหนาว
ปลายนิ้วเลยแตกๆ มันแข็งๆเล็กน้อยทั้งๆที่ทาโลชั่นทั้งวันแล้วนะ
 
ปัญหาใหญ่คือรู้สึกได้ว่าผิวที่มือเรามัน sensitive มากเกินไปแล้ว~
ตั้งแต่ขึ้น clinic มาก็มีเรื่องให้กลุ้มกะมันอยู่ตลอด และก็ตามมาหลอกหลอนตอนนี้ด้วย
เรื่องของเรื่องคือ เราสงสัยว่าอาจจะแพ้(หรือแค่ sense เกินก็ได้)ต่ออะไรบางอย่าง
มีผู้ต้องสงสัย 2 อัน คือ..."แป้งในถุงมือ" กับ "แอลกอฮอล์ล้างมือ"
 
เนื่องด้วยเราจะมือลอกเป็นประจำในช่วงที่ต้องทำหัตถการบ่อยๆ
ชนิดที่ว่าโลชั่นไหนๆก็เอาไม่อยู่ (เป็นขุยๆ น่าเกลียดมากมาย)
และอาการนั้นก็เป็นมากๆๆๆๆในช่วงที่อยู่ศัลย์กับเมดเมื่อปีที่แล้ว...
ซึ่งก็รู้กันว่า2วอร์ดนี้ใส่ถุงมือบ่อยมาก
ส่วนปีนี้แม้จะเพิ่งขึ้น ortho มาได้ 2 สัปดาห์
ใส่ถุงมือไป 2 ครั้งได้ มันก็เอาอีกแล้ว.........คราวนี้แอบแสบนิดๆด้วย T_T"
 
จริงๆตอนนี้สงสัยว่าจะเป็นเพราะแป้งมากกว่าแอลกอฮอล์นะ
เพราะตอนอยู่ที่เยอรมันก็ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือเหมือนกัน
แต่ถุงมือที่โน่นจะเป็นแบบไม่มีแป้ง มันก็ไม่เห็นจะลอกจะเป็นอะไรซักนิด
งานนี้คงต้องดูต่อไปนานๆ ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้วละ
 
ว่าแต่ถ้าแพ้แป้งในถุงมือขึ้นมาจริงๆ ชีวิตคงลำบากขึ้นอีกโข
แม้จะยังไม่รู้ว่าแพ้แป้งในถุงมือ sterile ด้วยรึเปล่า แต่ก็ทำให้เราหวั่นๆอยู่
ยังไงจนถึงตอนนี้ก็ยังอยากเรียนศัลย์อยู่ดี
ไม่อยากจะทำผ่าตัดแล้วออกมามือลอกเป็นแผ่นๆ หรอกนะ~
จะมีทางไหนช่วยได้มั่งมั๊ยเนี่ย?!?!?!
 
---------------------------------------------------------------------
 
เรื่องเครียดๆ ก็จบลงไป
มาถึงเรื่องดีๆมั่งดีกว่า
 
สงกรานต์นี้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย
กลับบ้านมา 2 วัน แล้วก็กลับมาอยู่หอ เพราะเมื่อวานอยู่เวร
แต่ก็เป็นการอยู่เวรที่มีความสุขนะ
พี่ๆ ortho ใจดีมากมาย สอนตลอดเลย
เรียกว่าความรู้ที่เราพึงจะมีทั้งหมดในตอนนี้กับเวลาที่ผ่านมา 2 สัปดาห์
ได้มาจากการอยู่เวรล้วนๆ~
 
แต่ก็เหลืออีกแค่ 2 วันเท่านั้นกับการอยู่เวร.....อื้ม...น้อยเนอะ
เวลาที่เหลือก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือ...^^* จะทำได้มั๊ยน้อ
 
เมื่อวันก่อนมีพี่เรสซิเดนท์ผู้ใจดีท่านหนึ่ง
คุยกับน้องๆอย่างพวกเราว่าปี 5 เป็นปีที่ว่างที่สุด
อยากทำอะไรก็ทำซะ...ไม่งั้นอาจมานั่งเสียดายทีหลังได้ว่าเอ๊...ปี 5 เราทำอะไรอยู่หนอ
 
ก็ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้..
ทุกปีๆ เราจะมีเป้าหมายของปีนั้นๆ เช่น...
ปี 2 ทำ netter(หนังสั้นนะ) + งานอื่นๆ
ปี 3 จะทำละคร
ปี 4 จะทำงาน ifmsa ให้เต็มที่
พอลองคิดดู ไม่มีปีไหนซักปีที่เราบอกกับตัวเองว่า"ปีนี้จะเรียนให้ดีที่สุด"
 
เพราะฉะนั้นในปีนี้แหละ
 
เป้าหมายของปี 5
ข้าพเจ้าจะปั๊มเกรดให้ถึง 3.5 เป็นอย่างน้อยค่า~
 
ไหนๆ ก็ไหนๆ ปีที่แล้วเรียนๆ เล่นๆ มันยังเกินเป้าหมายมาได้จิ๊ดนึง
เพราะงั้นปีนี้ก็เลยตั้งให้สูงขึ้นอีก.........(ความละโมภเป็นสิ่งไม่ดี แต่หวังเกรดสูงๆคงไม่ผิดอ่ะนะ)
ถ้าตั้งใจก็น่าจะทำได้เนอะ
 
สู้ตายค่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
April 12

syndromes and a century

เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน
เรื่อง งดฉายหนัง ‘แสงศตวรรษ’


ตามกำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ โดยจะเป็นการฉายแบบจำกัดโรงเพียง 2 โรงเท่านั้น หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวศิลปะที่ได้รับการจับตาในวงการหนังระดับโลก จากผลงานเรื่อง สุดเสน่หา และ สัตว์ประหลาด และยังเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2549 สาขาภาพยนตร์ จากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

แสงศตวรรษ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ ‘เจ้ย’ ที่นอกจากจะได้แข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ และเดินทางไปฉายตามเทศกาลสำคัญต่างๆ มากกว่า 10 เทศกาลทั่วโลกแล้ว ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสงศตวรรษ เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกง

แต่แล้วกำหนดการฉายหนังก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทีมงานคาดไว้ เมื่อแสงศตวรรษไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากสำคัญออกไป 4 ฉาก

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติพงศ์ จึงตัดสินใจ ‘ไม่’ ตัดทอนหนังเรื่องนี้ ดังนั้นทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านสื่อมวลชนทราบว่า หนังเรื่อง แสงศตวรรษ จะไม่เข้าฉายในประเทศไทย

ในขณะนี้ผู้กำกับอภิชาติพงศ์กำลังเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเสียใจผ่านทางอีเมล์ว่า “ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”

แปลจาก "I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don't mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art."
 
Photo 1 of 20