reinny's profile*...reinny...*PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
March 11 เออ...กรูผิดเอง(ขออภัยในความไม่สุภาพ)พยายามแล้วนะ
ไม่อยากโกรธ เพราะรู้ว่าไม่ได้ตั้งใจ
แต่มันอดไม่ได้จริงๆ
คนเราอยู่ด้วยกัน
มีอะไร คิดอะไรก็ไม่พูดกัน
แต่กลับเอาไปป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้
เหมือนเราเป็นผู้ร้ายเลย
ทำไมอ่ะ
การที่เราไม่ได้รับมือกับปัญหาด้วยการเซื่องซึม
เสียใจอะไรก็ร้องไห้
มันแปลว่าเราไม่มีความรู้สึกหรือไง
ขอโทษละกันที่ทำให้คิดเป็นยังงั้น
แต่เรารู้สึกเป็นว่ะ
เสียใจก็ได้
ร้องไห้ก็เป็น
ก็แค่ไม่ชอบทำให้คนอ่นเห็นเท่านั้นเอง
April 15 contraindicationช่วงนี้อัพถึ่เนอะ...
ไม่ได้ว่าง แต่เห็นเสปซเป็นที่ระบายความเครียดไปซะแล้ว
ตอนนี้วันที่ในไดอารี่ก็เลยหยุดไปได้เดือนกว่าๆ เพราะไม่มีเรื่องให้เขียน
ในเมื่อเรื่องที่เครียดนั้นมาพิมพ์ในเสปซได้ ก็เลยหยุดเขียนไดไปพักหนึ่ง..
นับว่าเป็นเรื่องดีกับตัวเองนะเนี่ย เพราะไม่ต้องเก็บอะไรไว้มากมาย
สำหรับวันนี้ ว่าด้วยเรื่องของ"มือ"
เพราะว่าเราอยู่ ortho ก็เลยไม่ค่อยได้ทำหัตถการอะไรมากมายนัก
หลังจากกลับจากเยอรมันก็แทบไม่ได้แตะต้องอะไรอีกเลย
ซึ่งก็ดีเหมือนกันเพราะช่วงที่อยู่ที่โน่นอากาศหนาว
ปลายนิ้วเลยแตกๆ มันแข็งๆเล็กน้อยทั้งๆที่ทาโลชั่นทั้งวันแล้วนะ
ปัญหาใหญ่คือรู้สึกได้ว่าผิวที่มือเรามัน sensitive มากเกินไปแล้ว~
ตั้งแต่ขึ้น clinic มาก็มีเรื่องให้กลุ้มกะมันอยู่ตลอด และก็ตามมาหลอกหลอนตอนนี้ด้วย
เรื่องของเรื่องคือ เราสงสัยว่าอาจจะแพ้(หรือแค่ sense เกินก็ได้)ต่ออะไรบางอย่าง
มีผู้ต้องสงสัย 2 อัน คือ..."แป้งในถุงมือ" กับ "แอลกอฮอล์ล้างมือ"
เนื่องด้วยเราจะมือลอกเป็นประจำในช่วงที่ต้องทำหัตถการบ่อยๆ
ชนิดที่ว่าโลชั่นไหนๆก็เอาไม่อยู่ (เป็นขุยๆ น่าเกลียดมากมาย)
และอาการนั้นก็เป็นมากๆๆๆๆในช่วงที่อยู่ศัลย์กับเมดเมื่อปีที่แล้ว...
ซึ่งก็รู้กันว่า2วอร์ดนี้ใส่ถุงมือบ่อยมาก
ส่วนปีนี้แม้จะเพิ่งขึ้น ortho มาได้ 2 สัปดาห์
ใส่ถุงมือไป 2 ครั้งได้ มันก็เอาอีกแล้ว.........คราวนี้แอบแสบนิดๆด้วย T_T"
จริงๆตอนนี้สงสัยว่าจะเป็นเพราะแป้งมากกว่าแอลกอฮอล์นะ
เพราะตอนอยู่ที่เยอรมันก็ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือเหมือนกัน
แต่ถุงมือที่โน่นจะเป็นแบบไม่มีแป้ง มันก็ไม่เห็นจะลอกจะเป็นอะไรซักนิด
งานนี้คงต้องดูต่อไปนานๆ ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้วละ
ว่าแต่ถ้าแพ้แป้งในถุงมือขึ้นมาจริงๆ ชีวิตคงลำบากขึ้นอีกโข
แม้จะยังไม่รู้ว่าแพ้แป้งในถุงมือ sterile ด้วยรึเปล่า แต่ก็ทำให้เราหวั่นๆอยู่
ยังไงจนถึงตอนนี้ก็ยังอยากเรียนศัลย์อยู่ดี
ไม่อยากจะทำผ่าตัดแล้วออกมามือลอกเป็นแผ่นๆ หรอกนะ~
จะมีทางไหนช่วยได้มั่งมั๊ยเนี่ย?!?!?!
---------------------------------------------------------------------
เรื่องเครียดๆ ก็จบลงไป
มาถึงเรื่องดีๆมั่งดีกว่า
สงกรานต์นี้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย
กลับบ้านมา 2 วัน แล้วก็กลับมาอยู่หอ เพราะเมื่อวานอยู่เวร
แต่ก็เป็นการอยู่เวรที่มีความสุขนะ
พี่ๆ ortho ใจดีมากมาย สอนตลอดเลย
เรียกว่าความรู้ที่เราพึงจะมีทั้งหมดในตอนนี้กับเวลาที่ผ่านมา 2 สัปดาห์
ได้มาจากการอยู่เวรล้วนๆ~
แต่ก็เหลืออีกแค่ 2 วันเท่านั้นกับการอยู่เวร.....อื้ม...น้อยเนอะ
เวลาที่เหลือก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือ...^^* จะทำได้มั๊ยน้อ
เมื่อวันก่อนมีพี่เรสซิเดนท์ผู้ใจดีท่านหนึ่ง
คุยกับน้องๆอย่างพวกเราว่าปี 5 เป็นปีที่ว่างที่สุด
อยากทำอะไรก็ทำซะ...ไม่งั้นอาจมานั่งเสียดายทีหลังได้ว่าเอ๊...ปี 5 เราทำอะไรอยู่หนอ
ก็ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้..
ทุกปีๆ เราจะมีเป้าหมายของปีนั้นๆ เช่น...
ปี 2 ทำ netter(หนังสั้นนะ) + งานอื่นๆ
ปี 3 จะทำละคร
ปี 4 จะทำงาน ifmsa ให้เต็มที่
พอลองคิดดู ไม่มีปีไหนซักปีที่เราบอกกับตัวเองว่า"ปีนี้จะเรียนให้ดีที่สุด"
เพราะฉะนั้นในปีนี้แหละ
เป้าหมายของปี 5
ข้าพเจ้าจะปั๊มเกรดให้ถึง 3.5 เป็นอย่างน้อยค่า~
ไหนๆ ก็ไหนๆ ปีที่แล้วเรียนๆ เล่นๆ มันยังเกินเป้าหมายมาได้จิ๊ดนึง
เพราะงั้นปีนี้ก็เลยตั้งให้สูงขึ้นอีก.........(ความละโมภเป็นสิ่งไม่ดี แต่หวังเกรดสูงๆคงไม่ผิดอ่ะนะ)
ถ้าตั้งใจก็น่าจะทำได้เนอะ
สู้ตายค่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! March 27 แวะมาแป๊บเดียว...เดี๋ยวก็(กลับ)ไปละนะไปตะลอนทัวร์มาอีกแล้วค่า.........
คราวนี้ไปแถบอีสาน (หรือตะวันออกเฉียงเหนือ) 2 วัน 1 คืน 2 เมือง
เหนื่อย...............................แต่ชอบมากๆๆๆ
Leipzig กับ Dresden เป็นเมืองที่ใหญ่อย่างไม่นึกมาก่อน
ในหัวเราพอคิดถึงว่าเป็นฝั่งตะวันออกก็นึกถึงเมืองเล็กๆ เก่าๆ
ที่นี่เป็นเมืองเก่าก็จริงแต่กำลังพัฒนาแบบรวดเร็ว
จนตอนนี้ในเมืองมีผสมผสานทั้งของเก่าของใหม่ ดูๆแล้วสวยแล้วก็ให้ความรู้สึกดี
เหมือนว่าไม่ว่าจะก้าวหน้าไปแค่ไหนแต่ก็ยังไม่ลืมรากฐานของตัวเอง
ไปเดินมาเมืองละ 1 วัน
ถึงจะแค่วันเดียวแต่รู้สึกว่าคุ้มมากๆ เพราะอยู่ถึงมืดค่ำ
คราวที่ไปทางเหนือเดินได้แค่ตอนสว่างๆ เพราะไปคนเดียว
คราวนี้มีเพื่อนเที่ยวก็สบายไป กลางคืนไปอาศัยนอนกะน้องคนไทยที่เมืองข้างๆ
ประหยัดไปได้อีก 20 ยูโร.......แฮ่
จะว่าไปของที่เมืองฝั่งนี้ถูกกว่าmunichอย่างชัดเจน (จริงๆไม่ว่าที่ไหนก็ถูกกว่า munich อ่ะนะ)
เสียดายไม่ได้ชอปปิ้งเลยซักกะร้าน ได้แต่มองแล้วเดินผ่าน
ด้วยความรึบกลัวจะเดินได้ไม่ครบอ่ะนะ แอบเฟลเล็กน้อย
กลับมา munich ก็เที่ยวต่อ.....เหอะๆๆ ไม่ได้จะเรียนเล้ย~
เมื่อวันอาทิตย์อากาศดีมากๆ หิมะหยุดตกไปแล้วก็อุ่นขึ้นหน่อย
(พักนี้ชักคิดถึงแดดเข้าทุกวัน นี่ฉันกำลังกลายพันธุ์ไปแล้ว....)
ข้าพเจ้าถือโอกาสไปเดินเล่นโดดเดี่ยวท่ามกลางคนมากมาย ยังกับเล่นmv
ไม่เข้าใจว่าทำไม๊ ทำไมคนที่นี่ชอบเดินเป็นคู่จัง แบบว่าทุกคนมีแฟนเป็นของตัวเอง
(คุยกะเพื่อนที่มาจากเนเธอร์แลนด์เค้าก็สงสัยเหมือนกัน แปลว่าที่นี่มันแปลกสินะ)
เดินไปก็เหงาไป.........คิดถึงเมืองไทยเน้อ......
ใจนึงก็คิดถึงเมืองไทยอ่ะนะ
แต่ใจนึงก็ไม่อยากกลับ
เราว่าที่เราเหงานิดหน่อยที่นี่เพราะไม่ได้มีเพื่อนอย่างที่เมืองไทยหล่ะมั้ง
แต่เมืองแล้วก็อะไรหลายๆอย่างที่นี่มันดีมากๆ จนอยากจะอยู่ไปตลอด
อย่างที่เคยบอกว่าหลงรักเมืองนี้ไปซะแล้วนั่นแหละ
พูดมาพูดไป สุดท้ายก็ลงเรื่องเดิม....เพี้ยน!!!!!!!!!
เอ้า...อัพสั้นๆละกันนะวันนี้
ทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย และหงุดหงิด(นิดหน่อย)
ไว้เร็วๆนี้จะกลับมาจ้า...........
***************************
ปล. แก้ข่าวหน่อยเหอะ ฉันมิได้ตกหลุมรักกะใครทั้งนั้นหล่ะค่า...
ถ้าจะมีหนุ่มเยอรมันทำให้ฉันหวั่นไหวได้ก็คงเป็น Schweini ที่เลิฟคนเดียวเท่านั้นแหละ แหะๆๆๆๆๆๆ
(ทัศนาความน่ารักได้ที่รูปด้านล่าง คนอาไร๊ยิ้มเก่งชะมัด)
=======================
28/03/07
มาแอบ edit ไม่ได้ลบอะไรออกหรอก เอาไว้เป็นหลักฐาน ฮะๆ
ตอนนี้หายเฟลไปได้ติ๊ดนึง แต่ยังมีอยู่นิดๆน่ะ
คงไม่ได้เขียนเพิ่มแล้วจนกว่าจะกลับไป มีเรื่องเล่าอีกมากมายแต่ไม่เอาละ...
แค่จะมาบอกว่า หายหงุดหงิดแล้ว เฟลน้อยลง และคาดว่าจะหายในอีกไม่กี่วัน
และตอนนี้หน้าร้อนมาเยือนแล้วค่า....อากาศสดใสมากๆ เสียดายได้เห็นแค่อาทิตย์เดียวเอง
======================= January 22 ว่าด้วยสีของ spaceเปลี่ยนฉากหลังของ space มาเป็นลายที่ 3 แล้ว เพราะมีแต่คนทักว่ามันมืดๆ (แถมสีเหมือน www.pantip.com เลยอ่ะ )คราวนี้เลยเล่นซะสว่างสดใสเลยไง
แล้วก็ถูกใจมากๆ ตรงที่มันลากยาวลงมาถึงข้างล่างด้วย ไม่สั้นกุดเหมือนอันที่แล้ว ถึงแม้ว่าอันก่อนหน้านี้จะดูเป็นเรามากกว่าก็เหอะ แต่อันนี้ก็ใช้ได้ทีเดียว สีสวยๆ แถมแอบมีลาย rockๆ อีกตะหาก
กำลังจะบอกว่าใกล้สอบ แต่ว่าบอกไปก็ไม่ได้อะไรนี่
เอาเป็นว่า...
กำลังจะสอบ final เสร็จใน 3 อาทิตย์นี้แล้ว
จะได้ไปดูหนังซะทีน้อ....
พูดถึงหนังๆ
brokeback mountain ชนะไป 4 รางวัล golden globe
คือภาพยนตร์ดรามายอดเยี่ยม ผกก.ยอดเยี่ยม บทยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยม
ถือว่ากวาดรางวัลใหญ่ๆมาได้ทั้ง 4 อันอย่างนี้ก็ดีมากแล้ว
แอบเสียดายนิดหน่อยที่ดาราทั้ง 2 คนพลาดหมดเลย แต่ว่ามันก็ต้องแบ่งๆกันไปละเนอะ
มัวแต่เมาท์เพลิน...ไม่ควรๆ
ไปอ่านหนังสือดีกว่านะ
P.S. วันนี้เป็นวันแดงเดือด เลยใช้ตัวอักษรสีแดงมันซะเลย 55 ^^*
ปล.อีกที...ความจริงตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องของspace เพื่อนๆ เอาไว้คราวหน้าละกันนะ September 22 เหนื่อยบางครั้งการทำงานมันก็ไม่ได้สนุกอย่างที่คิดน่ะนะ
ยิ่งเป็นงานที่เรารัก ก็ยิ่งอยากทำให้ดี
ยิ่งเป็นงานครั้งสุดท้าย ก็อยากจะมีความสุขไปกับมัน
แต่ก็ทำไม่ได้...
ก็เข้าใจหรอกว่าพอคนหลายๆคนมารวมหัวกัน
ความคิดก็ต่าง มุมมองก็ต่าง
นิสัยก็ต่าง...
มันก็ต้องมีบ้างที่คิดไม่ตรงกัน
แต่เรื่องที่อยากให้เค้าเข้าใจ เราก็พูดไปแล้ว
ให้พูดซ้ำหลายๆครั้ง มันก็ไม่ดีใช่มะ
เรารู้จักตัวเรา เค้าก็รู้จักตัวเค้า
แต่ไม่ได้รู้จักกันและกัน
ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องเดียวที่เราต้องการ กลับไม่เคยได้
แค่ความไว้ใจ...
เราว่ามันก็ไม่ได้หนักหนา
ในเมื่อตกลงจะทำงานด้วยกัน
เราก็ไว้ใจเค้าเต็มที่.....
แต่ความไว้ใจที่เค้ามีให้เรากลับน้อยจนไม่รู้จะเรียกว่าอะไร
ท้อจนอยากจะเลิก
แต่มันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ถ้าไม่ได้ทำงานนี้ ก็คงไม่ได้ทำอีก
อีกใจนึงก็อยากทำ
อีกใจมันก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะมาอยู่อย่างนี้
อยู่อย่างคนไร้ค่า
อยู่อย่างคนที่ทำอะไรก็ผิดไปหมด
แล้วสุดท้ายคนเสียใจมันก็เราคนเดียว
ไม่เห็นเค้าจะรู้สึกรู้สาอะไรด้วย
ไม่เห็นว่าเค้าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปสักนิด
สิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุดตอนนี้
คือการเอาพล็อตนี้มาใช้
อยากจะเลิกแล้ว......
ก็แค่นั้นเอง |
|
|